ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! สมัครสมาชิก บทความ


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (2924)
ที่วางอ่านหนังสือ, ที่วาง Ipad, ที่วางโน๊ตบุ๊ค
_______________
พจนานุกรมกฎหมาย
 คำพิพากษาฎีกา
กฎหมาย ฉบับไทย-อังกฤษ
ประมวลกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมาย ปกแข็ง
ประมวลกฎหมาย ปกอ่อน
กฎหมายพิเศษ ปกเเข็ง
กฎหมายพิเศษ ปกอ่อน
ประวัติศาสตร์กฎหมาย
กฎหมายมหาชน
นิติปรัชญา
พระราชบัญญัติ
_______________
แพ่งและพาณิชย์
ทรัพย์สิน
มรดก
ครอบครัว
ซื้อขาย แลกเปลี่ยน ให้ เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ
ตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด
ค้ำประกัน จำนอง จำนำ
ยืม ฝากทรัพย์ ประนีประนอมยอมความ
หุ้นส่วน บริษัท
นิติกรรม สัญญา
ตัวแทน นายหน้า
ละเมิด จัดการงานนอกสั่ง ลาภมิควรได้
หนี้
ประกันภัย
_______________
อาญา
_______________
วิ.แพ่ง
วิ.อาญา
เยาวชนและครอบครัว
พยานหลักฐาน
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
_______________
รวมกฎหมายพิเศษ
กฎหมายผู้บริโภค
กฎหมายที่ดิน
ล้มละลาย ฟื้นฟู
ปกครอง
รัฐธรรมนูญ
แรงงาน
ภาษี
การวางแผนภาษี
กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา
กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ
กฎหมายระหว่างประเทศ
กฎหมายพาณิชยนาวี
กฎหมายธุรกิจ
กฎหมายยาเสพติด
กฎหมายทหาร
สิทธิมนุษยชน
กฎหมายสิ่งแวดล้อม
กฎหมายคอมพิวเตอร์/เทคโนโลยีสารสนเทศ
กฎหมายการเงิน/การคลัง
กฎหมายอาวุธปืน
กฎหมายการแพทย์ พยาบาล
กฎหมายภาษาอังกฤษ
กฎหมายอนุญาโตตุลาการ
กฎหมายสื่อสารมวลชน
หนังสือกฎหมายอื่นๆ
หนังสือกฎหมาย ม.รามคำแหง
_______________
ธงคำตอบผู้ช่วยผู้พิพากษา
ธงคำตอบอัยการผู้ช่วย
ธงคำตอบตั๋วทนาย
ธงคำตอบเนติบัณฑิต
ธงคำตอบ ม.รามคำแหง LAW, LA, LW
นิติสาส์น ลุงชาวใต้
_______________
คู่มือสอบตั๋วทนาย คู่มือทนายความ ว่าความ ต่อสู้คดี
คู่มือสอบเนติ อัยการ ผู้พิพากษา
คู่มือเขียนตอบข้อสอบกฎหมาย
คู่มือสอบ นิติกร
คู่มือสอบเข้านิติศาสตร์
คู่มือเรียนกฎหมาย/กฎหมายเบื้องต้น
รวมคำบรรยายเนติ
สมุดบันทึกนักกฎหมาย
สั่งจองรวมคำบรรยายเนติ ภาค 2/66
โปรโมชั่น พิเศษ
_______________
การบริหารจัดการ
_______________
คู่มือสอบราชการ (รวมทุกหน่วยงาน)
คู่มือสอบงานราชการ อื่นๆ
คู่มือสอบเข้า ป.โท ทุกคณะ
ชีทสรุป LAW, LA, LW ม.ราม
ชีทเฉลย POL, PA, PS ม.ราม
คู่มือสอบ แนวข้อสอบ ภาค ก. (ก.พ.)
คู่มือสอบตำรวจ
คู่มือสอบปลัดอำเภอ
สรุปข่าว เหตุการณ์ปัจจุบัน ความรู้รอบตัว
ชีท ACC, AC ม.ราม
ชีท AGR, AG ม.ราม
ชีท ANT, AN ม.ราม
ชีท APR, BA ม.ราม
ชีท ART, AR ม.ราม
ชีท BIO, BI, BY ม.ราม
ชีท CHI, CN ม.ราม
ชีท CMS, CM ม.ราม
ชีท COS, CS ม.ราม
ชีท CTL, CU ม.ราม
ชีท ECO, EC ม.ราม
ชีท ECT, ET ม.ราม
ชีท ENG, EN ม.ราม
ชีท EDF, EF ม.ราม
ชีท FIN, MB ม.ราม
ชีท FRE, FR ม.ราม
ชีท GEO, GE ม.ราม
ชีท HED, HA ม.ราม
ชีท HIS, HI ม.ราม
ชีท HIT, HI ม.ราม
ชีท HPR, PE ม.ราม
ชีท HRM, HR ม.ราม
ชีท INT, IT ม.ราม
ชีท JAN, JA ม.ราม
ชีท LAW, LA ม.ราม
ชีท LIS, IS ม.ราม
ชีท MCS, MC ม.ราม
ชีท MCT, TM ม.ราม
ชีท MER, MR ม.ราม
ชีท MET, MT ม.ราม
ชีท MGT, GM ม.ราม
ชีท MKT, MK ม.ราม
ชีท MSA, MU ม.ราม
ชีท MTH, MA ม.ราม
ชีท PHI, PY ม.ราม
ชีท PHY, PH ม.ราม
ชีท POL, PA ม.ราม
ชีท POL, PS ม.ราม
ชีท PSY, PC ม.ราม
ชีท RAM, RU ม.ราม
ชีท RUS, RS ม.ราม
ชีท SCI, SC ม.ราม
ชีท SOC, SO ม.ราม
ชีท STA, ST ม.ราม
ชีท THA, TH ม.ราม
ศูนย์หนังสือเนติบัณฑิตยสภา
วิญญูชน
ร้านหนังสือกฎหมายปณรัชช



สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 03/08/2552
ปรับปรุงเวบเมื่อ 24/04/2557
ผู้ชมทั้งหมด

หนังสือกฎหมาย

หนังสือกฎหมาย

ชีทราม

sheetram

สินค้าทั้งหมด 2924




จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ







  ส่งโดยพนักงาน ค่าส่งเริ่มที่ 95.- (กรุงเทพ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ) ไ้ด้รับวันถัดไป 
เว็บไซต์นี้ได้รับการสนับสนุนจาก รศ.ดร.กิจบดี ก้องเบญจภุช ม.รามคำแหง การันตีมั่นใจได้ของชัวร์ 100%

 แนะนำ คู่มือเตรียมสอบ เปิดสมัครสอบล่าสุด NEW !!! 

รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> อาญา >> กฎหมายอาญา ภาคความผิด เล่ม 4

กฎหมายอาญา ภาคความผิด เล่ม 4 - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
กฎหมายอาญา ภาคความผิด เล่ม 4








  Tell a Friend

กฎหมายอาญา ภาคความผิด เล่ม 4

รหัสสินค้า: 000032
ราคาปกติ 220.00 บาท
ราคาพิเศษ 198.00 บาท
ประหยัด 22.00 บาท
ผู้แต่ง: เกียรติขจร วัจนสวัสดิ์
จัดพิมพ์โดย: -
พิมพ์ที่: สำนักพิมพ์ พลสยาม พริ้นติ้ง
ปีที่พิมพ์: ครั้งที่ 1/2551
จำนวนหน้า: 260
ISBN: 9743071350
รายละเอียด:

สารบัญ

บทที่ 1 ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่มีรากฐานมาจากความผิดฐานลักทรัพย์
  ตอนที่  1  ความผิดฐาน  “ชิงทรัพย์”  (มาตรา  339)
  เป็นการลักทรัพย์
– ลักทรัพย์  คือ  การเข้าครอบครองทรัพย์ของผู้อื่น  โดยการแย่งการครอบครอง
– หากการกระทำไม่เป็น  “ลักทรัพย์”  ก็ไม่ผิดฐานชิงทรัพย์ 
แต่อาจเป็นความผิดต่อเสรีภาพ
– หากทรัพย์เป็นของผู้กระทำเอง  การกระทำไม่เป็นลักทรัพย์ 
จึงไม่เป็นชิงทรัพย์
– เจ้าของรวมเอาทรัพย์ที่เป็นกรรมสิทธิ์รวมไป 
โดยเจ้าของรวมคนอื่นไม่ได้อนุญาต  ไม่เป็นลักทรัพย์
– หากเป็นการทำร้ายหรือขู่เข็ญฯ  ให้ส่งทรัพย์ให้เพื่อนำมาทำลาย 
ก็ไม่เป็นลักทรัพย์  จึงไม่เป็นชิงทรัพย์
– หากการกระทำเป็นฉ้อโกง  การใช้กำลังประทุษร้าย
เพื่อยึดเอาทรัพย์นั้นไว้  ก็ไม่เป็นชิงทรัพย์
– หากการกระทำเป็นรับของโจร  การใช้กำลังประทุษร้าย
เพื่อยึดเอาทรัพย์นั้นไว้  ก็ไม่เป็นชิงทรัพย์
– การลักทรัพย์จะเป็นชิงทรัพย์จะต้องมีการ “ใช้กำลังประทุษร้าย”
หรือ  “ขู่เข็ญว่าทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย”  เพื่อ  ฯลฯ
– ตัวอย่างอื่น ๆ ของการชิงทรัพย์
– “พยายามชิงทรัพย์”  คือ  พยายามลักทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้าย 
หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย
– หากการลักทรัพย์ถึงขั้นที่เป็น  “ความผิดสำเร็จ”  แล้ว
การกระทำจะเป็นพยายามชิงทรัพย์ไม่ได้
– หากการกระทำไม่ใช่การใช้กำลังประทุษร้าย  หรือขู่เข็ญฯ
ก็ไม่ใช่การชิงทรัพย์  โดยเป็นเพียงลักทรัพย์เท่านั้น
  “ใช้กำลังประทุษร้าย ”
– ความหมายของ  “ใช้กำลังประทุษร้าย ”
– ตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่วินิจฉัยว่าเป็นการประทุษร้ายแก่กาย
หรือจิตใจของบุคคล
– คำพิพากษาฎีกาที่วินิจฉัยว่าเป็นการใช้กำลังประทุษร้าย 
– ตามมาตรา  138  วรรคสอง
– การกระชากหรือแย่งทรัพย์  เช่นกระชากสร้อยคอ  เป็นการใช้กำลัง
ประทุษร้ายหรือไม่ 
– การกระทำต่อเนื้อตัวหรือกายของผู้เสียหาย  นอกเหนือจากการกระชากสร้อยคอ 
เป็นการใช้กำลังประทุษร้าย
– การแกะสร้อยที่ข้อมือผู้เสียหาย  แล้วพาหนีไปต่อหน้า  เป็นวิ่งราวทรัพย์
ไม่ใช่การชิงทรัพย์  เพราะไม่มีการใช้กำลังประทุษร้าย 
– หากการกระทำต่อทรัพย์เป็นการกระทำต่อเนื้อตัวหรือกายด้วย
ก็เป็นการใช้กำลังประทุษร้าย 
– ตัวอย่างอื่น ๆ ของการใช้กำลังประทุษร้าย 
– การประทุษร้ายแก่กายหรือจิตใจของบุคคล “ด้วยวิธีอื่นใด”
– การกระทำใด ๆ ซึ่งเป็นเหตุให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดอยู่ในภาวะที่
ไม่สามารถขัดขืนได้  ไม่ว่าโดยใช้ยาทำให้มึนเมา  สะกดจิต  หรือใช้วิธี
อื่นใดอันคล้ายคลึงกัน
– การกระทำต่อทรัพย์  ไม่เป็นการใช้กำลังประทุษร้าย 
– การกระทำต่อเสรีภาพ ไม่เป็นการใช้กำลังประทุษร้าย 
  “ขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย”
– ความหมายของคำว่า “ในทันใดนั้น”
– การขู่เข็ญฯ  จะทำด้วยวาจา  หรือกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้
ซึ่งแสดงออกให้ผู้ถูกขู่เข็ญทราบว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย 
– หากชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์แล้วคุมตัวเจ้าทรัพย์ไปด้วยเป็น
ตัวประกันจะถือว่าเป็นการขู่เข็ญเจ้าทรัพย์อยู่ตลอดเวลาหรือไม่
– หากไม่ใช่เป็นการขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย 
ก็ไม่ใช่ชิงทรัพย์ 
– ผู้ที่ใช้กำลังประทุษร้าย  หรือขู่เข็ญฯ  และผู้ลักทรัพย์ต้องเป็นคนเดียวกัน 
หรือเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน
– ต้องเป็นการใช้กำลังประทุษร้าย  หรือขู่เข็ญฯ  “ผู้ถูกลักทรัพย์  หรือ
บุคคลที่สาม”  ไม่ใช่ตัวผู้กระทำความผิดเอง
– การใช้กำลังประทุษร้าย  หรือขู่เข็ญฯ  บุคคลหนึ่ง  แล้วร้องตะโกนว่า
ทำไปเพื่อต้องการทรัพย์  แม้จะมิได้เจาะจงว่าต้องการทรัพย์จากผู้ใด 
ก็เป็นชิงทรัพย์ได้
– การใช้กำลังประทุษร้าย  หรือขู่เข็ญฯ  ยังต้องไม่  “ขาดตอน”  จากการลักทรัพย์ 
– ถ้ากำลังพาทรัพย์หนีติดต่อกันไป  แม้จะไกลเท่าใด  ก็ไม่น่าจะขาดตอน
– คำพิพากษาฎีกาที่วินิจฉัยว่า  การลักทรัพย์ยังไม่  “ขาดตอน”
ดังนั้น    การทำร้ายหรือขู่เข็ญจึง
– แม้ขณะที่คนร้ายทำร้ายหรือขู่เข็ญฯ  คนร้ายจะทิ้งทรัพย์แล้ว
หากการลักทรัพย์ยังไม่ขาดตอน  ก็เป็นชิงทรัพย์ได้
– หากทำร้ายหรือขู่เข็ญฯ  กระทำเมื่อการลักทรัพย์ขาดตอนแล้ว
ผู้กระทำผิดฐานลักทรัพย์กรรมหนึ่ง  และทำร้ายอีกกรรมหนึ่ง 
– หากทำร้ายหรือขู่เข็ญฯ  กระทำในขณะที่การลักทรัพย์
ยังไม่ขาดตอน    เป็นกรณีกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท
– การใช้กำลังประทุษร้าย  หรือขู่เข็ญฯ  ผู้กระทำต้องมีเจตนาธรรมดา
กล่าวคือประสงค์ต่อผล  หรือย่อมเล็งเห็นผล
  ผู้กระทำต้องมีเจตนาพิเศษ  เพื่อ  ฯลฯ  ตามที่ระบุไว้ใน
  มาตรา  339  (1)-(5)  อย่างใดอย่างหนึ่ง  หรือหลายอย่าง
– มาตรา  339  (1)
   เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์
   เพื่อให้ความสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป
– มาตรา  339  (2)   เพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น
– มาตรา  339  (3)  เพื่อยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ 
– มาตรา  339  (4)  เพื่อปกปิดการกระทำความผิดนั้น
– มาตรา  339  (5)  เพื่อให้พ้นจากการจับกุม
– การใช้กำลังประทุษร้าย  หรือขู่เข็ญฯ  เพื่อให้พ้นจากการจับกุม  อาจจะ
– กระทำต่อผู้เสียหายที่ถูกลักทรัพย์  หรือ  กระทำต่อบุคคลที่สามก็ได้
  ตัวการในการชิงทรัพย์
– บุคคลสองคนขึ้นไป  จะเป็นตัวการตาม  ป.อ. มาตรา  83  ในการชิงทรัพย์
หรือปล้นทรัพย์ (แล้วแต่กรณี)  จะต้องมีการกระทำร่วมกันและเจตนา
ร่วมกันทั้งในการลักทรัพย์  และในการใช้กำลังประทุษร้าย  หรือขู่เข็ญฯ 
– หากมีการกระทำร่วมกันและเจตนาร่วมกันทั้งในการลักทรัพย์  และในการ
ใช้กำลังประทุษร้าย  หรือขู่เข็ญฯ แล้ว  แม้การใช้กำลังประทุษร้าย  หรือ
ขู่เข็ญฯ  จะกระทำโดยผู้ร่วมกระทำเพียงคนเดียว  ผู้ร่วมกระทำคนอื่น ๆ 
ซึ่งไมได้ลงมือทำร้ายหรือขู่เข็ญฯ ด้วย  ก็เป็นตัวการในการชิงทรัพย์
– เป็นตัวการในการชิงทรัพย์แล้ว  มิได้เป็นตัวการในการฆ่าเจ้าทรัพย์
ซึ่งเกิดขึ้นในภายหลังด้วย  ก็ไม่เป็นตัวการในความผิดฐานชิงทรัพย์
เป็นเหตุให้คนตายตามมาตรา  339  วรรคท้าย
  “เหตุฉกรรจ์”  ของการชิงทรัพย์
– เหตุฉกรรจ์ของการชิงทรัพย์ ตามมาตรา  339  วรรคสอง
– จะผิดมาตรา  339  วรรคสอง  ขณะที่มีการลักทรัพย์ต้องมีเหตุ 
ตามมาตรา  335  แม้ว่าขณะที่ใช้กำลังประทุษร้าย  หรือขู่เข็ญฯ
จะไม่มีเหตุตามมาตรา  335   ก็ตาม
– แม้การชิงทรัพย์ก็จะเป็นการลักทรัพย์ ตามมาตรา  335  ตั้งแต่
สองอนุมาตราขึ้นไป  ผู้กระทำผิดฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา 
339  วรรคสองเช่นกัน
– หากการลักทรัพย์ ตามมาตรา  335  เป็นการกระทำในขั้น “พยายามลักทรัพย์”
การใช้กำลังประทุษร้าย หรือการขู่เข็ญฯ  ก็เป็นกรณีพยายายามชิงทรัพย์
ตามมาตรา  339   วรรคสอง ประกอบมาตรา  80
– การกระทำต่อทรัพย์ที่เป็น โค  กระบือ  เครื่องกล  หรือเครื่องจักร
ที่ผู้มีอาชีพกสิกรรมมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรม
  “ผลฉกรรจ์”  ของการชิงทรัพย์
– ผลของการกระทำความผิด  ทำให้ผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้น (“ผลฉกรรจ์” )
– การชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
ตามมาตรา  339   วรรคสาม
– ความหมายของ  “อันตรายแก่กายหรือจิตใจ”
– คำพิพากษาฎีกา  เกี่ยวกับมาตรา  339   วรรคสาม
– “ผู้อื่น”  ตามมาตรา  339   วรรคสาม, สี่, วรรคท้าย  หมายถึง “ผู้อื่น”
ที่มิใช่ผู้กระทำการชิงทรัพย์หรือผู้ที่ร่วมกระทำด้วยกันเอง
– การชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส 
ตามมาตรา  339   วรรคสี่
– การชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 
ตามมาตรา  339   วรรคท้าย
– กรณี “ความตาย”  เกิดขึ้น  จึงทำให้การกระทำนั้นเป็นชิงทรัพย์
– กรณี “ความตาย”  เกิดขึ้น  หลังการชิงทรัพย์ในตอนแรกได้เกิดขึ้นก่อนแล้ว
– กรณีที่ “ผลของการชิงทรัพย์”  ตามมาตรา  339   วรรคสาม, สี่, วรรคท้าย 
เกิดขึ้นจากการกระทำโดยพลาดตาม  ป.อ.  มาตรา  60
– หากผู้ชิงทรัพย์มีเจตนาฆ่าเจ้าทรัพย์เพื่อความสะดวกในการลักทรัพย์ ฯลฯ
– เจตนาฆ่าเจ้าทรัพย์  อาจเป็นเจตนาฆ่าโดย  “เล็งเห็นผล”  ก็ได้
– หากชิงผู้ชิงทรัพย์คนหนึ่งฆ่าเจ้าทรัพย์ตาย  ขณะที่การร่วมกันชิงทรัพย์ยุติแล้ว
ผู้ร่วมชิงทรัพย์อีกคนหนึ่งไม่ผิดมาตรา  339  วรรคท้ายด้วย
– หากผู้ที่ร่วมในการลักทรัพย์ไม่ได้ร่วมในการใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญฯ 
ก็ไม่ผิดฐานชิงทรัพย์  และไม่ผิดมาตรา  339  วรรคสาม, สี่, วรรคท้าย 
– หากการฆ่าเจ้าทรัพย์เกิดขึ้นเมื่อการลักทรัพย์ “ขาดตอน”  แล้ว
ผู้กระทำก็ไม่ผิดมาตรา  339  วรรคท้าย 
– ผู้ร่วมในการชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์หากไม่มีเจตนาร่วมใน
การฆ่าเจ้าทรัพย์ก็ไม่ผิดฐานฆ่าคนตายตาม  ป.อ. มาตรา 289
– กรณีที่ถือว่าผู้ที่ร่วมชิงทรัพย์  ปล้นทรัพย์ด้วยกัน  มีเจตนาฆ่า  “ผู้อื่น”  ด้วยกัน
– อันตรายแก่กายหรือจิตใจตามมาตรา  339   วรรคสาม  อันตรายสาหัส
ตามวรรคสี่  ความตายตามวรรคท้าย  อาจเป็น  “ผล”  ที่เกิดจาก
การชิงทรัพย์ (สำเร็จ)  หรือการพยายามชิงทรัพย์ก็ได้
– การพยายามชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
รับอันตรายสาหัส  หรือถึงแก่ความตาย  ผู้กระทำระวางโทษ
เพียงสองในสาม
– หากอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามมาตรา  339   วรรคสาม 
อันตรายสาหัสตามวรรคสี่  ความตายตามวรรคท้าย   ไม่เกิด
ผู้กระทำก็ไม่ต้องรับโทษหนักตามวรรคนั้น ๆ
– หากการชิงทรัพย์เป็นการลักทรัพย์ ตามมาตรา  335  และการชิงทรัพย์
เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ  เป็นเหตุให้ผู้อื่น
ได้รับอันตรายสาหัส  หรือเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำ
ก็ผิดมาตรา  339  วรรคสาม, สี่, วรรคท้าย  (แล้วแต่กรณี)
  มาตรา  340  ตรี
– ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธปืนหรือใช้อาวุธปืน
– หากผู้ร่วมในการชิงทรัพย์คนอื่น ๆ  ไม่ได้มีหรือใช้อาวุธปืนด้วย
– ชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ
– การใช้ยานพาหนะในการชิงทรัพย์จะผิดมาตรา  340  ตรี
การชิงทรัพย์ต้องยังไม่  “ขาดตอน”
– หากการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามมาตรา  339   
วรรคท้าย  ซึ่งมีระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต  หรือ 
การปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามมาตรา  340
วรรคท้าย  ซึ่งมีระวางโทษประหารชีวิต  แม้จะมีเหตุตามที่บัญญัติ
ไว้ในมาตรา  340  ตรี  ก็ไม่อาจระวางโทษหนักว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรา  339   
วรรคท้าย  หรือ มาตรา  340  วรรคท้าย  (แล้วแต่กรณี)  กึ่งหนึ่งได้
– มาตรา  340  ตรี  เป็น “บทกำหนดโทษ”  ไม่ใช่  “บทเพิ่มโทษ”
– เหตุผลที่ศาลฎีกากล่าวว่า  มาตรา  340  ตรี  ไม่ใช่เรื่องการเพิ่มโทษ
– ร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยการใช้ปืนยิงเจ้าทรัพย์ตาย
  ชิงทรัพย์เป็นพระพุทธรูป  หรือวัตถุในทางศาสนา  มาตรา  339  ทวิ
– ผลของการกระทำความผิดตามาตรา  339  ทวิ  วรรคแรกหรือ
วรรคสอง  ทำให้ผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้น
  การพยายามชิงทรัพย์
– หากการกระทำยังไม่ถึงขั้นพยายามลักทรัพย์  ก็ไม่เป็นพยายามชิงทรัพย์
  ตอนที่  2  ความผิดฐาน  “ปล้นทรัพย์”  (มาตรา  340)
  ความหมายของการ “ชิงทรัพย์โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกัน
  ตั้งแต่สามคนขึ้นไป”
– หากบุคคลสามคนร่วมกระทำความผิดด้วยกันเป็นตัวการในการ
ลักทรัพย์แต่ในการทำร้ายหรือขู่เข็ญฯ  มีผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน
ไม่ถึงสามคน  ทั้งสามคนก็ไม่ได้กระทำการปล้นทรัพย์
– กรณีที่ถือว่าบุคคลสามคนขึ้นไป  “ชิงทรัพย์โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกัน”
– กรณีที่  “ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน”  โดยบางคน  “ลงมือ”
กระทำความผิดแต่บางคนเพียงแต่อยู่ในที่เกิดเหตุหรือ 
ในสถานที่ใกล้เคียงในลักษณะ  “แบ่งหน้าที่กันทำ”
– กรณีที่  “ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน”  โดยการ  “ลงมือ”
กระทำความผิดด้วยกันทุกคน
– กรณีที่ถือว่าเป็น  “ผู้สนับสนุน”  ในการปล้นทรัพย์เท่านั้น 
แต่ไม่ผิดฐานปล้นทรัพย์ด้วย
– “ผู้ใช้”  ตามมาตรา  84  ในความผิดฐานปล้นทรัพย์
  ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัว  ใช้ปืนยิง 
  (มาตรา  340  วรรคสอง,สี่  และมาตรา  340  ตรี)
– กรณีปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัว 
– หากทรัพย์ที่ลักคือ “อาวุธ”  แล้วคนร้ายใช้อาวุธนั้นทำร้ายเจ้าทรัพย์
ไม่เป็นปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ
– มีอาวุธติดตัวไปด้วยก่อนลงมือปล้นทรัพย์  แต่ทิ้งอาวุธเสียก่อนลงมือปล้น 
ไม่ใช่ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ
– ผู้ร่วมกระทำคนหนึ่งมีอาวุธติดตัว  ผู้ร่วมกระทำทุกคนผิด
มาตรา  340  วรรคสอง
  “ผลฉกรรจ์”  ของการปล้นทรัพย์
– มาตรา  340  วรรคสามและวรรคท้าย
– มาตรา  340  วรรคสี่  ปล้นทรัพย์  ได้กระทำโดย  แสดงความทารุณ
จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ 
– ปล้นทรัพย์ซึ่งมิได้กระทำโดยทารุณ  แต่เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย
แก่กายหรือจิตใจ 
  ปล้นทรัพย์โดยกระทำทรมาน
  ปล้นทรัพย์โดย  “ใช้ปืนยิง”  ใช้วัตถุระเบิด  ( มาตรา  340  วรรคสี่ )
– แม้การปล้นทรัพย์จะสำเร็จ  หากการปล้นทรัพย์ยังไม่  “ขาดตอน”
ถ้ามีการใช้ปืนยิงในระหว่างที่การปล้นทรัพย์นั้นยังไม่  “ขาดตอน” 
ก็ผิดฐานปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิงเช่นกัน
– หากการใช้ปืนยิงกระทำเมื่อการปล้นทรัพย์  “ขาดตอน”  แล้ว
– ข้อเท็จจริงที่ศาลฎีกาถือว่าการปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิง  ตามมาตรา  340  วรรคสี่ 
– วิเคราะห์  คำพิพากษาฎีกาที่   7750/2548
– หากระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต  หรือประหารชีวิตแล้ว
ก็ระวางโทษหนักกว่าอีกกึ่งหนึ่ง ตามมาตรา  340  ตรี  ไม่ได้
  ถ้าการปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส  (มาตรา  340  วรรคสาม)
  ถ้าการปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย  (มาตรา  340  วรรคท้าย)
– การทำให้ตายจะต้องเกิดขึ้นในระหว่างที่การปล้นทรัพย์นั้นยังไม่ 
 “ขาดตอน”    ด้วย  ผู้กระทำจึงจะผิดมาตรา  340  วรรคท้าย
– ความรับผิดของ  “ผู้ใช้”
– จำเลยลงมือปล้นคนใดคนหนึ่ง  มีเจตนาฆ่าเจ้าทรัพย์ด้วย
– ตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ถือว่าจำเลยคนอื่น ๆ  ไม่มีเจตนาฆ่าเจ้าทรัพย์ด้วย
ในการปล้นทรัพย์นั้น
– หากผู้ร่วมในการปล้นทรัพย์มีเจตนาร่วมกันในการฆ่าเจ้าทรัพย์
ก็ผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นด้วย
– หากผู้ฆ่าเป็นพวกปล้นด้วยกัน  จำเลยก็ต้องรับผิดด้วย 
ถ้าเล็งเห็นได้ว่าหากมีผู้ขัดขวางการปล้น  จะต้องใช้อาวุธที่เตรียมมายิงผู้ขัดขวาง
– หากปล้นโดยใช้ปืนยิง  แต่เป็นการยิงเจ้าทรัพย์ถึงแก่ความตาย
ก็เป็นกรณีตาม มาตรา  340  วรรคท้าย  ไม่ใช่วรรคสี่
– หากใช้ปืนยิงพวกปล้นด้วยกันเองตาย   ก็มิใช่กรณี
มาตรา  340  วรรคท้าย  แต่เป็นวรรคสี่
– หากการใช้ปืนยิงเป็นเหตุให้เจ้าทรัพย์ได้รับอันตรายสาหัส 
จะปรับกับมาตรา  340  วรรคสาม หรือวรรคสี่  ก็ได้
– จำเลยไม่ได้ใช้ยานพาหนะในการปล้นทรัพย์  จำเลยก็ไม่ผิด มาตรา  340 ตรี
  ปล้นทรัพย์ที่เป็นพระพุทธรูป  หรือวัตถุในทางศาสนา  มาตรา  340  ทวิ
  มาตรา  340 ตรี
– เหตุผลต่าง ๆ ที่ศาลฎีกาถือว่ามาตรา  340 ตรี  ใช้เฉพาะสำหรับ
จำเลยที่ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์  “โดยมีหรือใช้อาวุธปืน  หรือ 
วัตถุระเบิด”  หรือ  “ใช้ยานพาหนะ”  เท่านั้น
– คำพิพากษาฎีกาเกี่ยวกับการชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์   
โดยใช้ยานพาหนะตามมาตรา  340 ตรี 
– การปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ  จะผิดมาตรา  340 ตรี 
การปล้นทรัพย์นั้น  ต้องยังไม่ขาดตอน
– ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ  ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา  340 ตรี 
ไม่ได้หมายความว่าศาลจะต้องริบยานพาหนะนั้นตามมาตรา  33 เสมอไป
– ปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย  ผิดมาตรา  340  วรรคท้าย 
ซึ่งต้องระวางโทษประหารชีวิต  หากการปล้นทรัพย์นั้น  มี  หรือ ใช้  อาวุธปืน 
หรือ โดยใช้ยานพาหนะ  เพื่อกระทำผิด  ฯลฯ  ก็ผิดมาตรา  340 ตรี 
– อุทาหรณ์
บทที่ 2 ความผิดฐานกรรโชก  (มาตรา  337)
  ข่มขืนใจผู้อื่น
  ให้ยอมให้  หรือยอมจะให้
  ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน
  โดยใช้กำลังประทุษร้าย
  ขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายด้วยวิธีใด ๆ ก็ได้
– ตัวอย่าง  อันตรายต่อชื่อเสียง
– อันตรายต่อทั้งชื่อเสียงและทรัพย์สิน
– อันตรายต่อทรัพย์สิน
– หากความจริงไม่มีอันตรายใด ๆ  ต่อชีวิต  ร่างกาย  ฯลฯ  ผู้ถูกขู่เข็ญ
หรือบุคคลที่สาม  แต่ผู้ถูกขู่เข็ญเข้าใจว่ามีอันตรายก็เป็นกรรโชก
– หากความจริงเป็นการขู่เข็ญ  แต่ผู้ขู่เข็ญไม่รู้ว่าเป็นกาขู่เข็ญ
– กรณีที่ไม่เป็นกรรโชก
  ผู้ได้รับประโยชน์อาจเป็น “ผู้ข่มขืนใจ”
– ผู้ที่ได้รับประโยชน์อาจไม่ใช่ผู้ข่มขืนใจ  แต่เป็น  “ผู้อื่น”  ก็ได้
– การใช้กำลังประทุษร้าย  หรือขู่เข็ญฯ  อาจจะกระทำต่อ
(1)  ผู้ถูกข่มขืนใจ  หรือ  ผู้ถูกขู่เข็ญ  หรือ
(2)  บุคคลที่สาม 
– ผู้ที่ได้รับประโยชน์อาจเป็นคนเดียวกับผู้ที่ถูกประทุษร้าย  หรือ
ถูกขู่เข็ญฯ  ก็ได้
– หากใช้กำลังประทุษร้ายตนเอง  หรือขู่ว่าจะทำอันตรายต่อตอเอง
เพื่อข่มขืนใจผู้อื่น  ไม่ใช่การกรรโชก  ตามมาตรา  337
– ผู้ที่ถูกข่มขืนใจต้องเป็น  “ผู้อื่น”  ที่มีตัวตนแน่นอน 
– หากผู้ข่มขืนใจและบุคคลที่สามสมยอมกัน
– ผู้ที่ถูกข่มขืนใจ  คือผู้ที่ยอมให้หรือยอมจะให้ประโยชน์แก่ผู้ข่มขืนใจ 
– การกระทำกรรโชก  “โดยพลาด”
– ขู่เอาทรัพย์โดยอ้างว่าจะจับ  จะฟ้อง  จะต้องติดคุก
– ผู้ที่ถูกยิงพูดขู่ผู้ยิงว่า  หากไม่ให้เงินจะส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี
– เจ้าทรัพย์พูดขู่ผู้ร้ายที่ลักทรัพย์ไปว่า  ถ้าไม่คืนทรัพย์และ
ใช้ค่าเสียหายให้แล้วจะฟ้องให้ติดคุก  ผู้ร้ายมีความกลัว
จึงคืนทรัพย์และใช้ค่าเสียหายให้  ไม่ผิดฐานกรรโชก
– แม้ผู้ถูกข่มขืนใจจะมิใช่คนร้าย  แต่ถ้าผู้ข่มขืนใจเข้าใจว่าเป็นคนร้าย
ผู้ข่มขืนใจก็ไม่ผิดฐานกรรโชก 
– คู่กรณีโต้เถียงกรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาท
– กรณีอื่น ๆ ที่ศาลฎีกาถือว่ามิใช้เป็นการใช้อำนาจในทางมิชอบ
– หากการเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืน  ถึงขนาดเป็นการขู่เข็ญว่า
จะทำอันตรายแก่ชีวิต  และร่างกายของผู้ถูกขู่เข็ญ   เป็นกรรโชก
– ขู่ว่า  “จะยิง”  ผู้ที่สงสัยว่าเป็นผู้ร้ายลักเงินไป  หากผู้นั้นไม่ใช้เงินคืนเป็นกรรโชก
  ความผิดฐานเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ  ข่มขืนใจ
  ผู้อื่นให้มอบให้ซึ่งทรัพย์สิน  ตาม  ป.อ.  มาตรา  148  และ ความผิด
  ฐานเจ้าพนักงานเรียกสินบน  ตาม  ป.อ.  มาตรา  149  และ  ความผิด
  ฐานกรรโชกตามมาตรา  337
– กรณีที่ผิดทั้งมาตรา  148  และมาตรา  337
– กรณีที่ผิดทั้งมาตรา  149  และมาตรา  337
– กรณีที่ผิดมาตรา  149  แต่ไม่ผิดมาตรา  337
– กรณีที่ศาลพิพากษาว่าผิดมาตรา  337  เพราะโจทก์มิได้ฟ้อง
ให้ลงโทษฐานเจ้าพนักงานทุจริตต่อหน้าที่มาด้วย
  ความผิดสำเร็จ
– กรณีที่ศาลฎีกาถือว่าผู้เสียหาย  “ยอมจะให้”  เงินแก่จำเลยแล้ว 
จำเลยจึงผิดฐานกรรโชกสำเร็จ  ไม่ใช่เพียงพยายามกรรโชก
– หากผู้เสียหาย  “ไม่กลัว”  ตามที่จำเลยขู่เข็ญ  ก็เป็นพยายามกรรโชก
  ความแตกต่างระหว่างกรรโชกและลักทรัพย์
– การกระทำบางอย่างน่าจะผิดทั้งชิงทรัพย์และกรรโชกทรัพย์ด้วยกันได้
– กรรโชกซึ่งไม่เป็นชิงทรัพย์  แต่เป็นลักทรัพย์ได้
– ตัวอย่าง  กรณีที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่เป็นลักทรัพย์ 
จึงไม่เป็นชิงทรัพย์  แต่เป็นกรรโชก
– องค์ประกอบภายในของความผิดฐานกรรโชก
– เหตุฉกรรจ์  (มาตรา  337  วรรคสอง)
บทที่ 3 ความผิดฐาน  “รีดเอาทรัพย์”  (มาตรา  338)
– ความแตกต่างของความผิดฐานกรรโชก  และความผิดฐานรีดเอาทรัพย์
– ความหมายของ  “ความลับ”
– ความหมายของการ  “เปิดเผย”
– การเปิดเผยนั้นจะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สามเสียหาย
– ผู้ถูกขู่เข็ญกับผู้ที่ให้ประโยชน์แก่ผู้ขู่เข็ญต้องเป็นบุคคลเดียวกัน
– การกระทำตามสิทธิที่ควรได้ตามกฎหมาย
– ความผิดสำเร็จ “จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น”
– การขู่เอาเงินจากผู้เสียหายนั้น  การขู่อย่างหนึ่งอาจเป็นกรรโชก
การขู่อีกอย่างหนึ่งอาจเป็นรีดเอาทรัพย์ก็ได้
– การขู่อย่างเดียว  อาจเป็นทั้ง “กรรโชก”  และ “รีดเอาทรัพย์”
 

น้ำหนัก : 1000 กรัม
นโยบายของเว็บไซต์ (Merchant Policy)
วิธีการชำระเงิน (Payment Method) อ่านทั้งหมด
• โอนเงินผ่านธนาคาร      
การส่งสินค้า (Shipping information)
การจัดส่งแบบ EMS จะได้รับสินค้าภายใน 1-3 วันทำการไปรษณีย์ (นับแต่วันที่จัดส่ง) มีเลขที่กำกับ สามารถตรวจสอบได้ มีประกันสินค้าสูญหายจากไปรษณีย์ การจัดส่งแบบ พัสดุไปรษณีย์  (น้ำหนักไม่เกิน 2 กก. ทางเราจะลงทะเบียนให้) จะได้รับสินค้าภายใน 3-5 วันของวันทำการไปรษณีย์ (นับแต่วันที่จัดส่ง) มีเลขที่กำกับ สามารถตรวจสอบได้ มีประกันสินค้าสูญหายจากไปรษณีย์ การจัดส่งแบบ คิดค่าจัดส่งตามจํานวนสินค้า, ค่าจัดส่งตามช่วงของราคารวมของสินค้า    (พัสดุธรรมดา)  จะได้รับสินค้าภายใน 5-7 วันของวันทำการไปรษณีย์ (นับแต่วันที่จัดส่ง) มีเลขที่กำกับ สามารถตรวจสอบได้ มีประกันสินค้าสูญหายจากไปรษณีย์ จัดส่งภายใน 1-2 วัน หลังจากได้รับแจ้งการโอนเงินและทำการตรวจสอบเรียบร้อย
รายละเอียดบริษัท (Company Detail)
หนังสือกฎหมายออนไลน์ หนังสือกฎหมาย คู่มือสอบ ชีทราม sheetram
สำนักงานขาย 2100/24 ซ.รามคำแหง 24/2 หัวหมาก บางกะปิ กทม. 10240
จำหน่ายหนังสือกฎหมาย คู่มือสอบ คู่มือเตรียมสอบงานราชการ ตำรากฎหมายทุกชนิด สารบัญคำพิพากษาฎีกา รวมคำบ... อ่านทั้งหมด
นโยบายการคืนสินค้า (Return Policy)
คุณสามารถเปลี่ยนหนังสือได้ภายใน 7 วันหลังจากที่ได้รับหนังสือ หากหนังสือมีปัญหา (เช่น หนังสือชำรุดเนื่องจากการพิมพ์) โดยหนังสือจะต้องอยู่ในสภาพที่ไม่มีรอยขีดเขียน คุณสามารถติดต่อขอเปลี่ยนหนังสือโดยระบุชื่อ-นามสกุล หมายเลขการสั่งซื้อพร้อมทั้งจดหมายอธิบายสาเหตุการเปลี่ยนหนังสือ และเสียค่าบริการจัดส่งหนังสือคืนเองเราไม่สามารถเปลี่ยนหนังสือได้ หากหนังสือชำรุดหรือมีตำหนิอันเนื่องมาจากผู้ซื้อ
เวลาให้บริการ (Business Hour)
รับการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ 24 ชั่วโมง รับการสั่งซื้อทางโทรศัพท์ 24 ชั่วโมง โทร 086 7748337, 087 9993997 แจ้งการชำระเงิน 24 ชั่วโมง ติดต่อสอบถาม 24 ชั่วโมง
การรักษาข้อมูล (Privacy Policy)
 ทางเว็บไซต์ยึดถือปฏิบัติตามนโยบายรักษาความลับส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัดในการรับข้อมูลส่วนตัวของท่านผ่านทางเว็ปไซต์ และทางเว็บไซต์จะไม่ส่งและเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของท่านให้แก่บุคคลอื่นโดยไม่ไม่ได้รับความยินยอมจากท่านโดยเด็ดขาด

หนังสือกฎหมาย
สอบถาม สั่งซื้อ
Fax 029030080ต่อ1555
DTAC 0867748337
AIS 0879993997
โทร. 027183517
Line ID: attorney285
:0867748337
Email 
attorney285@gmail.com
(สั่งผ่านเว็บ 24 ชม. ทุกวัน)





© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.